บริการฝากขาย
วิธีการลงขาย
ศูนย์เรียนรู้และช่วยเหลือ
  1. /
    หมวดหมู่สินค้าทั้งหมด
  2. /
    อะไหล่ และ เครื่องยนต์
  3. /
    กรุงเทพ
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662
+4
฿ 2,000

ขาย เบาะ 1คู่ โทร0834976662

รายละเอียดสินค้า

หมวดหมู่หลัก
อะไหล่ และ เครื่องยนต์

จังหวัดที่ตั้งสินค้า

ข้อมูลเพิ่มเติม

[ติดต่อ คิม xxx-xxx-xx99 แสดง คับ ISUZU CAMEO เพิ่มสมรรถนะกับ 1JZ-GE VVT-i แบบครบระบบ กลับมาพบกันอีกครั้งเกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจใหม่ ให้รถคันเก่งของเรา เพื่อเปิดสมรรถนะ และสามารถขับใช้งานได้อย่างปกติ เป็นวิธีแบบ “ไทยๆ” ที่นิยมกันมาก เพราะบางทีรถก็ยังดีอยู่ หรือเจ้าของรักรถคันนั้นมาก แต่ว่าอยากจะได้ความแรงและประหยัดมากขึ้น ถ้าเป็นรถรุ่นเก่า จะหวังพึ่งเครื่องรุ่นเก่าก็เห็นที่จะไม่ไหว ไม่ประหยัด สมรรถนะไม่ดี แถมยังหาอะไหล่ยากอีก การเปลี่ยนเป็นเครื่องรุ่นใหม่ โดยบางทีก็ต้องยอม “ข้ามพันธุ์” นับว่าเป็นทางออกที่ดี แต่การวางเครื่องนั้น มันก็มีทั้งความสมหวัง และผิดหวัง บางทีวางไปโดยช่างที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเจ้าของเข้าใจผิด แล้วสั่งวางตามใจฉัน โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมระหว่าง “รถและเครื่องใหม่ที่จะใส่เข้าไป” นั่นจะกลายเป็นเหตุบานปลาย และอาจจะต้องขายหรือทิ้งรถคันนั้นไปเลยก็มีเห็นกันบ่อยๆ ไป *** Text: / Photo: By > NaIPP *** บทความและภาพประกอบเป็นลิขสิทธิ์ของทางเว็บไซต์ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาติ CAMEO กับ 1JZ-GE VVT-i เกียร์ออโต้ อยากแรงแบบสบายมากขึ้น ISUZU CAMEO เป็นรถแบบ “ตรวจการณ์” หรือ PPV (Pick Up Platform Vehicle) เป็นรถอเนกประสงค์พื้นฐานมาจากรถกระบะรุ่นแรกๆ ของเมืองไทย โดยใช้พื้นฐานแชสซีส์ของ ISUZU TFR จริงๆ แล้ว ในญี่ปุ่นจะเรียกว่า Mu WIZARD ใช้ช่วงล่างหลังแบบคอยล์สปริง แต่ในบ้านเรา ต้องการราคาถูก ทนทาน จึงใช้แชสซีส์ของ TFR หรือ มังกรทอง ที่อะไหล่ใช้ด้วยกันได้ ด้วยความที่เป็นรถอเนกประสงค์ รูปทรงไม่ล้าสมัย ภายในกว้างขวางเหมือนกับรถเก๋งชั้นดี จึงไม่แปลกที่มันจะได้รับความนิยมสูงไม่เสื่อมคลาย เครื่องเดิมเป็น 4JA-1 ไดเร็คท์ อินเจ็คชั่น 2,500 cc. 90 แรงม้า ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัด ทนทานเป็นแรด ก็เหมาะสำหรับคนที่ไม่รีบร้อนไปไหนต่อไหน เพราะขึ้นชื่อเรื่องความ “ชิว” อัตราเร่งอะไรก็ไม่มีกะเขาหรอก อาศัยลูกอึดลูกทนเข้าว่า เสียงเครื่องก็ดังสนั่นลั่นโลก สำหรับคนที่อยากได้ความแรงมากขึ้น ก็หันไปเซ็ตเทอร์โบ โมปั๊ม กันเป็นแถว แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยควันดำ ตอนหลังคันนี้จากเจ้าของเดิม ได้เปลี่ยนเป็นเครื่อง 4JB-1 เทอร์โบ อินเตอร์บน เกียร์ออโต้ เนื่องจากต้องการอัตราเร่งและขับสบาย ตอนหลังก็ทนไม่ไหว กับการสั่นสะเทือน อัตราเร่งก็ไม่ถูกใจนัก ไม่เหมือนกับคอมมอนเรลรุ่นใหม่ จะไปเล่นคอมมอนเรล เครื่องก็แพงมาก เลยหันมาเล่นกับสูตรสำเร็จ “กินเจ ออโต้ แก๊ส” ตามสไตล์นิยม ต้องแคร้งค์หลัง วางเครื่องต่ำ เพลากลางจะไม่มีปัญหา สำหรับการวางเครื่อง คันนี้จะเลือก 1JZ-GE VVT-i 200 แรงม้า ที่ใหม่สุดในรุ่น สามารถให้อัตราเร่งและความประหยัดได้ดีกว่าตัวธรรมดา 180 แรงม้า ที่เป็นรุ่นเก่ากว่า ตอนแรกก็ได้ตกลงกันว่า จะต้องวางเครื่องในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ปัญหาในการวางเครื่อง JZ ในบอดี้นี้ ก็คือ ถ้าใช้เครื่อง “แคร้งค์หน้า” ซึ่งก็เป็นแบบนี้โดยส่วนมาก เครื่องจะ “หน้าแหงน” ทำให้การวางศูนย์ของ “เพลากลาง” ไม่ดี มุมเพลาจะ “งัด” ไม่ถูกหลัก จึงตกลงว่า “ซื้อแคร้งค์หลังมาต่างหาก” ซึ่งเป็นของ SUPRA หรือ SOARER อะไรพวกนี้ แคร้งค์หลังจะหลบคานได้พอดี จึงสามารถ “วางเครื่องได้ต่ำลง” เพลากลางจะได้ศูนย์พอดี แคร้งค์หลังจะค่อนข้างราคาสูง เพราะมัน “หายาก” แต่ด้วยความที่อยากจะทำให้จบ จึงต้องยอมซื้อมาใส่ ตอนนี้เครื่องเลยวางได้ต่ำ ดูสวยงาม ไม่ติดฝากระโปรง และจุดศูนย์ถ่วงก็อยู่ต่ำ ทำให้การเลี้ยวโค้งดีขึ้นพอประมาณด้วย เคาะผนังห้องเครื่องนิดหน่อย เอาฉนวนบุเอาไว้เลยดูเรียบร้อย หลังจากที่ได้ความสูงของเครื่องแล้ว ปัญหาอีกอย่างหนึ่ง คือ เครื่อง 6 สูบ จะมีความยาวมากกว่า 4 สูบเดิม ห้องเครื่องกระบะมันก็ไม่ได้เผื่อมาสำหรับ 6 สูบ เสียด้วย คันนี้เลยต้องยอม “เคาะผนังห้องเครื่องหลบ” ซึ่งขัดกับใจเจ้าของรถที่ “รักรถมาก” อยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมเพราะหากไม่เคาะผนังห้องเครื่อง ก็ต้องย้ายหม้อน้ำไปซุกใต้คาน ก็หนีไม่พ้นการเคาะอีก แถมพัดลมแบบดูดก็ใส่ไม่ได้ ต้องใส่แบบเป่าตัวบางๆ อย่างเดียว ทำให้เกิดการ “ตัวร้อน” ได้ง่าย จึงเคาะเท่าที่จำเป็น เอาแค่ไม่ติดก็พอ ไม่ได้สักแต่ว่าทุบๆๆๆ แล้วก็เอาฉนวนกันความร้อนบุไว้ ทำให้ดูเรียบร้อยขึ้น ตำแหน่งเครื่องนี้ จะสามารถใส่พัดลมไฟฟ้าแบบดูดได้สองตัว ซึ่งก็หลบพูลเลย์ปั้มน้ำได้พอดีเหมือนกัน กรองอากาศ ยังเป็นจุดด้อย คันนี้ใช้กรองเปลือย เพราะเนื้อที่ตรงหลังซุ้มล้อหน้าขวามันได้แค่นั้น นับว่าเป็นมุมอับ ที่ไม่โดนลมใดๆ มีแต่ “ลมร้อน” จากในห้องเครื่อง แถมยังเป็นฝั่งเดียวกับเฮดเดอร์ ทำให้ดูดลมร้อนเข้าเครื่อง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกหลักเท่าไร แต่มันติดแบตเตอรี่ ถ้าจะทำให้ถูกต้อง ต้องย้ายแบตเตอรี่มาไว้ฝั่งซ้าย โดยการสร้างแท่นวางใหม่ แล้วก็เอากรองอากาศมาไว้หลังไฟหน้าได้ ตรงนั้นจะมีช่องให้ลมเข้า ซึ่งต้องหาทางทำกันต่อไป มันจะให้ผลดีได้ทุกด้าน เช่น กำลังเครื่องที่สูงขึ้น เพราะมันดูดลมเย็นเข้าไปเผาไหม้นั่นเอง หม้อน้ำใหม่ทั้งใบ ชุดหม้อพักไอเสีย FORTUNER คันนี้ได้เปลี่ยนหม้อน้ำใหม่ทั้งใบ โดยการสร้างขึ้นให้พอดีกับที่ต้องการ และใส่พัดลมไฟฟ้า 2 ตัว แบบดูด ส่วนอีกตัวไว้เป่าแผงแอร์ด้านหน้า ชุดท่อไอเสีย ตั้งแต่ Front Pipe ใช้ของเดิมที่ทำไว้ใส่เครื่อง 4JB เทอร์โบ เพราะมีขนาดใหญ่เพียงพอ เพียงแต่เปลี่ยนมาใช้หม้อพักกลางของ TOYOTA FORTUNER ที่มีขนาดใหญ่ เก็บเสียงได้ดี อัตราเร่งก็ไม่เสีย แต่ในอนาคตก็อาจจะมีการทำใหม่ทั้งหมด แต่น่าเสียดายที่ “หม้อพักใบปลายของแต่งนั้นใส่ไม่ได้” เนื่องจากติดถังแก๊สพอดี ถ้าอยากจะได้หม้อพักใบปลายของแต่ง ก็ต้องยอมนำไปไว้ที่ใต้แชสซีส์ แล้วต่อปลายท่อออกท้ายรถเหมือนเดิม มาตรวัดต้องเปลี่ยนตรงรุ่น ระบบไฟต้องครบ ไม่งั้นไม่จบ ระบบการวายริ่งสายไฟเครื่องยนต์และเกียร์ ทุกอย่างต้อง “ครบ” ไม่งั้นเครื่องจะทำงานไม่สมบูรณ์ วิ่งไม่ออก กินเชื้อเพลิงมาก เกียร์เปลี่ยนไม่ตรงจังหวะ เดินเบาไม่นิ่ง ฯลฯ สารพัดสารเพปัญหาที่ตามมา จึงเป็นปัญหามากสำหรับรถวางเครื่องที่วายริ่งสายไฟไม่ครบ ซึ่งคันนี้เจ้าของได้ “ไฟต์บังคับ” ว่า จะต้องสมบูรณ์แบบที่สุด การวายริ่งสายไฟ จึงต้องให้ช่างวายริ่งที่เก่งเครื่อง JZ เป็นผู้จัดทำให้ โดยเฉพาะเครื่องตระกูล VVT-i ที่ระบบต้องครบจริงๆ ที่สำคัญ “ต้องเปลี่ยนจอมาตรวัดหน้าปัด เป็นของตรงรุ่น JZ ด้วย” เพื่อให้วงจรไฟเดินครบ สำคัญคือ “สปีดเซนเซอร์” ต้องมีการรายงานความเร็วเข้ากล่อง จึงจะทำงานได้สมบูรณ์ และการเปลี่ยนมาตรวัดนี้ จะสามารถ “รายงานผล” ทุกอย่างได้ เช่น วัดรอบ ความเร็ว ขึ้นได้ “เที่ยงตรง” ไฟเตือนต่างๆ ที่ทำงานได้ครบเหมือนรถเดิม ตัวมาตรวัดนี้นำมาแปลงใส่แทนของเดิมที่เอาออกไป ไม่ได้มาวางโด่เด่มักง่าย (เคยเจอเหมือนกัน) คันเกียร์ TROOPER จบ เรียบร้อย ไม่ต้องแปลงอะไรเลย โดยปกติ เมื่อวางเครื่องแล้ว คันเกียร์มักจะเปลี่ยนเป็นของตรงรุ่นเครื่อง ซึ่งมันก็จะต้องแปลงฐานยึดและกรอบคอนโซลเกียร์ใหม่ แต่จะทำให้ยากไปทำไม “ของมันก็มี” คันนี้ไปยกคอนโซลเกียร์พร้อมด้ามมาจาก ISUZU TROOPER หรือ Mu WIZARD ตัวนอก ที่เอามาใส่เข้าล็อกเดิมได้อย่างพอดีเป๊ะ ทำให้คันนี้เมื่อดูจากภายในก็ยังเดิมๆ เรียบร้อย ปุ่ม Overdrive และปุ่มโหมดเกียร์ Normal กับ Power ยังใช้งานได้จริง มีไฟแสดงที่หน้าปัด ECT POWER เมื่อกดโหมด Power ด้วย นับว่าครบเครื่องจริงๆ เฟืองท้าย ถ้าใส่ยางใหญ่ต้องเปลี่ยน คันนี้เดิมทีใส่ยางเบอร์ 30.0-9.5-15 ซึ่งมีเส้นรอบวงมากกว่ายางเดิม คือ 205/70R14 อยู่พอควร พอมาใส่เครื่อง 1JZ-GR VVT-i เกียร์ออโต้ รู้สึกเลยว่า “อัตราเร่งอืดไปหน่อย” และ “กินแก๊สมากเกินไป” เนื่องจากเฟืองท้ายเดิม 4.111 พอมาเจอยาง 30 นิ้ว มันต่ำเกินไปมาก ทำให้เกิดอาการดังกล่าว ก็เลยต้องหาทางเปลี่ยนเฟืองท้ายใหม่ โดยการเอาของ RODEO มาใส่ มีอัตราทดถึง 4.5 ที่เหมาะสมมาก อันนี้เป็นแบบไม่มีลิมิเต็ด ถ้าจะเอาแบบมีลิมิเต็ด อัตราทด 4.300 พร้อมดิสก์เบรกหลัง ของ Mu ก็ยกทั้งเพลามาประมาณ “12,000 บาท” แต่เจ้าของรถเห็นว่าไม่จำเป็น เลยซื้อเฟืองท้าย RODEO ในราคา 6,000 บาท แถมร้านเฟืองท้ายเทิร์นของเดิมให้ 3,000 บาท จึงได้มาในราคาที่ถูกสบายกระเป๋า (ไม่ต้องจ่ายเต็ม) ใส่ไปแล้วพบว่าอัตราเร่งดีขึ้น ประหยัดแก๊สมากขึ้น เรือนไมล์ก็ตรง จากการจับ GPS เกียร์สุดท้าย ที่ 3,000 รอบ ได้ความเร็วจริง 116 กม./ชม. หน้าปัดขึ้น 120 กม./ชม. จัดว่าใกล้เคียงมาก ส่วนระยะทางก็ “ตรงเป๊ะ” จึงตัดปัญหาไปได้เลย แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนยางเล็กลงนิดหน่อย เป็น 235/70R15 เทียบเท่ากับประมาณ 29 นิ้ว เรือนไมล์อาจจะอ่อนไปบ้างอีกเล็กน้อย แต่ก็อยู่ในเกณฑ์รับได้ ใช้รอบเครื่องสูงขึ้นอีกหน่อย แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะไม่ได้สูงเกินไป และส่วนใหญ่ก็จะใช้งานในเมืองเป็นหลัก ยางเล็กลงจะทำให้อัตราเร่งดีขึ้น ภาระน้อยลงด้วย ระบบเบรก TROOPER ในอนาคต ระบบเบรกเดิม มาเจอแรงม้ามากกว่าเดิม 2 เท่า เอาจริงๆ ก็คงรองรับไม่อยู่ ยางก็ใหญ่ขึ้น ภาระของเบรกก็หนักตามไปด้วย คันนี้ก็ได้เปลี่ยนหม้อลมที่ใหญ่กว่าเดิม โดยใช้หม้อลมเบรกของ TROOPER มาช่วยเพิ่มแรงเบรก แต่ก็ใช่ว่าการเปลี่ยนหม้อลมจะต้องเบรกดีเสมอไป อยู่ที่ “จานเบรกและคาลิเปอร์” ว่า “เอาอยู่” ได้ขนาดไหน ในอนาคต คันนี้จะวางแผนเปลี่ยนจานเบรกและคาลิเปอร์ของ TROOPER ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 30 มม. เบรกอยู่ดีกว่าเดิมแน่ ใส่แทนของเดิมได้เลยไม่ต้องแปลง อะไหล่ชุดซ่อมมีขายในบ้านเรา แถมราคาไม่แพงด้วย อัตราเร่งดี นุ่มนวล กินแก๊ส กม. ละ 2 บาท โดยเฉลี่ย หลังจากที่ได้วางเครื่องมาแล้ว ก็ลองวิ่งดู เครื่องทำงานได้ดี เดินเบาเรียบ สไตล์เครื่อง 6 สูบ อัตราเร่งหลังจากที่เปลี่ยนยางและเฟืองท้ายแล้ว ก็ทำได้น่าพอใจ อัตราเร่งแซงดี ในรอบสูงระบบ VVT-i ทำงานปกติ เพราะ “เสียงเปลี่ยน” แต่คงไม่ “จี๊ด” เหมือนรถเก๋ง เพราะรถพวกนี้จะต้านลม และน้ำหนักค่อนข้างเยอะกว่ารถเก๋งขนาดกลาง ความเร็วปลาย “ไม่ขอลอง” เพราะไม่จำเป็นสำหรับรถแบบนี้ เคยลองถึงเฉียดๆ 160 กม./ชม. ก็รู้สึกไม่ปลอดภัยแล้ว ขออัตราเร่งแซงเป็นพอ ส่วนอัตราสิ้นเปลือง คันนี้ใช้แก๊สระบบหัวฉีด ก็พบว่าใช้แก๊สเฉลี่ย “กิโลละ 2 บาท นิดหน่อย” สำหรับการใช้งานในเมือง ถือว่ารับได้สำหรับเครื่องและรถขนาดนี้ ออกวิ่งนอกเมือง ทางไกล ทำได้ “บาทกลางๆ” ความเร็วเดินทางปกติ 100-120 กม./ชม. ถือว่า “คบได้” สรุปค่าใช้จ่าย คันนี้วางเครื่องมาเมื่อประมาณเกือบสองปีที่แล้ว หมดค่าใช้จ่ายตีเหมาไปประมาณ “45,000 บาท” อาจจะมีเกินๆ ไปหน่อย จากการเก็บรายละเอียดจุกจิกต่างๆ แต่ราคานี้รวม “เทิร์นเครื่อง 4JB เทอร์โบ ไปด้วย” ค่าใช้จ่ายจริงก็ควรจะอยู่ที่ “50,000 กว่าบาท” (จำไม่ได้ว่าเทิร์นเครื่องไปเท่าไร) ค่อนข้างแพงหน่อยเพราะต้องการ “ระบบครบ” ก็ต้องยอมเสียค่าฝีมือและอุปกรณ์เพิ่ม แต่ราคานี้ไม่รวมระบบแก๊สหัวฉีดนะครับ ก็ต้องเตรียมงบเพิ่มอีก ผลงานการวางเครื่อง เป็นของ “อู่ช่างนาด อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อยู่แถวโรงเรียนอัสสัมชัญ ภาพประกอบ... ISUZU CAMEO ปี 1995 ที่ยังคงความน่าใช้ ภายนอกเรียบๆ ที่ใส่ Scoop ดักลม เพราะเครื่องก่อนหน้าเป็น 4JB เทอร์โบ แต่กำลังจะหาฝากระโปรง “ไต้หวัน” (ราคาถูกดี) แบบเรียบมาเปลี่ยนให้ดูเดิมๆ เปลี่ยนหน้าเป็น Mu WIZARD ทั้งหมด ดูสวยดุดันขึ้นเยอะ ไฟหน้า FITT (ไต้หวัน) หลอดไฟ HKS ไฟเลี้ยวขาว ตามสมัยนิยม จุดเด็ดอยู่ที่ล้อ ของ MAX ผลิตในญี่ปุ่นแท้ แบบ 3 ชิ้น ขนาด 7 x 15 นิ้ว ออฟเซ็ต -15 ทำให้รถดูสวยดุขึ้นเยอะ สวมยาง Highway Terrain จาก DUNLOP GRANDTREK ขนาด 235/70R15 ภาพลักษณ์ของรถตรวจการณ์ยุคแรกของเมืองไทย ทำให้ Cameo เป็นรถที่ขายดี ปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมอย่างสูง อะไหล่ตัวถังครึ่งหน้าไม่มีปัญหา ใช้กับ TFR มังกรทองได้ทั้งหมด ส่วนครึ่งหลัง ก็ต้องเก่าญี่ปุ่น ซึ่งก็ยังพอหาได้ ทรวดทรงยังมีเสน่ห์ ช่วงส่วนยื่น (Over Hang) หน้าหลังน้อย ไปยาวที่ช่วงล้อแทน ทำให้ภายในกว้าง เห็นตัวโตๆ อย่างนี้ “วงเลี้ยวแคบ” ทำให้ขับขี่ได้อย่างคล่องตัว ใส่โป่งล้อให้รถดูมีมิติมากขึ้น เหมาะกับล้อที่ยื่นออกมา ไฟท้าย ขาว-แดง ไต้หวัน ทำให้รถดู “วัยรุ่น” ขึ้นอีกเยอะ ยกขึ้นจากเดิมประมาณ 2 นิ้ว ด้านหน้าขันทอร์ชั่นบาร์ขึ้น ด้านหลังเปลี่ยนชุดเสริมแหนบพร้อมโตงเตง โช้คอัพ KAYABA สีเงิน ที่ตอนนี้ยังรู้สึก “นิ่มยวบเกินไปหน่อย” ก็กำลังหาทอร์ชั่นบาร์แต่งของ Sway Away และโช้คอัพแก๊สที่แข็งขึ้น ต้องยอมกระด้างบ้าง เพื่อแลกกับการทรงตัวที่ดีขึ้น 1JZ-GE VVT-i ขุมพลังยอดนิยม คันนี้จะวางเครื่องได้ต่ำอย่างที่ว่า ไม่ลอยโด่เด่น่าเกลียด จากการเปลี่ยนมาใช้แคร้งค์หลัง มันจะลอดหลังคานลงไปพอดี แท่นเครื่องสร้างใหม่ โดยคงจุดยึดเดิมที่ตัวรถไว้ ถ้าต้องการจะใส่เครื่องเดิมกลับก็ทำได้เลย (แต่คงไม่เปลี่ยนกลับ เพราะติดใจกับเครื่องใหม่แล้ว) อีกฝั่งก็เล่นสูตรเดียวกัน ตำแหน่งขาแท่นเครื่องไม่เปลี่ยนระยะมากไปนัก ตำแหน่งกรองอากาศไม่ดี เพราะหลบอยู่หลังซุ้มล้อ เป็นที่ที่อากาศไม่ไหลผ่าน จะต้องย้ายแบตเตอรี่ไปไว้อีกฝั่ง แล้วค่อยเดินกรองออกมาที่หลังไฟหน้า จะได้ลมจากหน้ากระจังมาเป่า ผนังห้องเครื่องเคาะแบบพอหลบได้ แล้วเอาฉนวนมาบุไว้ ดูเรียบร้อยเนียนตา ตำแหน่งเครื่องกำลังสวย หม้อน้ำอยู่ที่เดิม ไม่ต้องเอาไปหลบใต้คาน หม้อน้ำทำใหม่ทั้งใบ พัดลมไฟฟ้าสเต็ปเดียว ของ DENSO TOYOTA แบบ 7 ใบพัด สองตัว ขนาดอาจจะเล็กไปหน่อย แต่ก็ยังรับได้ แนะนำว่า ถ้ามีงบก็ซื้อพัดลมสภาพใหม่ๆ สำรองเอาไว้ เผื่อใช้ไปนานๆ พัดลมแรงไม่พอ ความร้อนคันนี้ก็เคยขึ้น ถ้ารู้สึกว่าพัดลมใช้มานานก็ควรหาของสภาพใหม่มาเปลี่ยนก่อนที่มันจะเสียแล้วทำให้ร้อนจนเครื่องพัง พัดลมไฟฟ้าเป่าหน้าแผงแอร์ เพื่อช่วยระบายความร้อน คันนี้แผงแอร์ค่อนข้างเล็ก ต้องมีพัดลมช่วยระบาย โดยต่อทำงานพร้อมกับคอมเพรสเซอร์แอร์ ภายในยังคงความดั้งเดิม และความสะอาดสะอ้านไว้ นับเป็นตัวอย่างที่ดี ถ้ารถภายในเน่าๆ สกปรกๆ หรือติดตั้งอุปกรณ์เลอะเทอะ ใครล่ะจะอยากนั่ง ??? พวงมาลัย irmscher (อัมสเชอร์) ที่ให้ MOMO ผลิต เป็นของแต่งสำหรับค่าย GM พวก OPEL ซึ่ง irmscher ก็มีทำชุดแต่งให้กับ ISUZU TROOPER ในยุโรป ซึ่งจะเป็น irmscher version ก็เลยเอาพวงมาลัยยี่ห้อนี้มาใส่ หนังเกรดดี สวยงาม จับกระชับและสบาย จอมาตรวัดของเครื่อง JZ แบบเรืองแสงยอดฮิต นำมาใส่แทนของเดิมที่เอาออกไป ใส่เฉพาะจอนะครับ กรอบหน้าปัดทุกอย่างยังเดิม ไฟเตือนทุกอย่างใช้การได้ แต่เสียดายที่จอมันไปติดสวิทช์ไฟและปัดน้ำฝน ทำให้จอแหงนหน้าขึ้น มองไฟเตือนที่อยู่แถวล่างไม่ค่อยเห็น ต้องยืดตัวชะโงกมาดู คันเกียร์ออโต้ TROOPER ที่ดูแล้วสวยเดิมๆ ใส่ได้พอดี ทำให้รถดูเรียบร้อยมาก แป้นเบรกและคันเร่ง ของแต่งสุดคลาสสิคจาก RAZO แท้ๆ ที่เจ้าของรถซื้อมาเก็บไว้ จนมีรถถึงได้มาใส เบาะนั่งทั้งคัน เปลี่ยนลายผ้าเป็นสไตล์ตัวนอก (ไม่คอนเฟิร์มว่านอกแท้หรือไม่) ช่วยให้ภายในดูดีกว่าเดิมเยอะ *** Text: / Photo: By > NaIPP *** บทความและภาพประกอบเป็นลิขสิทธิ์ของทางเว็บไซต์ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาติ เครื่องเดิมเป็น 4JA-1 ไดเร็คท์ อินเจ็คชั่น 2,500 cc. 90 แรงม้า ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัด ทนทานเป็นแรด ก็เหมาะสำหรับคนที่ไม่รีบร้อนไปไหนต่อไหน เพราะขึ้นชื่อเรื่องความ “ชิว” อัตราเร่งอะไรก็ไม่มีกะเขาหรอก อาศัยลูกอึดลูกทนเข้าว่า เสียงเครื่องก็ดังสนั่นลั่นโลก สำหรับคนที่อยากได้ความแรงมากขึ้น ก็หันไปเซ็ตเทอร์โบ โมปั๊ม กันเป็นแถว แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยควันดำ ตอนหลังคันนี้จากเจ้าของเดิม ได้เปลี่ยนเป็นเครื่อง 4JB-1 เทอร์โบ อินเตอร์บน เกียร์ออโต้ เนื่องจากต้องการอัตราเร่งและขับสบาย ตอนหลังก็ทนไม่ไหว กับการสั่นสะเทือน อัตราเร่งก็ไม่ถูกใจนัก ไม่เหมือนกับคอมมอนเรลรุ่นใหม่ จะไปเล่นคอมมอนเรล เครื่องก็แพงมาก เลยหันมาเล่นกับสูตรสำเร็จ “กินเจ ออโต้ แก๊ส” ตามสไตล์นิยม ต้องแคร้งค์หลัง วางเครื่องต่ำ เพลากลางจะไม่มีปัญหา สำหรับการวางเครื่อง คันนี้จะเลือก 1JZ-GE VVT-i 200 แรงม้า ที่ใหม่สุดในรุ่น สามารถให้อัตราเร่งและความประหยัดได้ดีกว่าตัวธรรมดา 180 แรงม้า ที่เป็นรุ่นเก่ากว่า ตอนแรกก็ได้ตกลงกันว่า จะต้องวางเครื่องในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ปัญหาในการวางเครื่อง JZ ในบอดี้นี้ ก็คือ ถ้าใช้เครื่อง “แคร้งค์หน้า” ซึ่งก็เป็นแบบนี้โดยส่วนมาก เครื่องจะ “หน้าแหงน” ทำให้การวางศูนย์ของ “เพลากลาง” ไม่ดี มุมเพลาจะ “งัด” ไม่ถูกหลัก จึงตกลงว่า “ซื้อแคร้งค์หลังมาต่างหาก” ซึ่งเป็นของ SUPRA หรือ SOARER อะไรพวกนี้ แคร้งค์หลังจะหลบคานได้พอดี จึงสามารถ “วางเครื่องได้ต่ำลง” เพลากลางจะได้ศูนย์พอดี แคร้งค์หลังจะค่อนข้างราคาสูง เพราะมัน “หายาก” แต่ด้วยความที่อยากจะทำให้จบ จึงต้องยอมซื้อมาใส่ ตอนนี้เครื่องเลยวางได้ต่ำ ดูสวยงาม ไม่ติดฝากระโปรง และจุดศูนย์ถ่วงก็อยู่ต่ำ ทำให้การเลี้ยวโค้งดีขึ้นพอประมาณด้วย เคาะผนังห้องเครื่องนิดหน่อย เอาฉนวนบุเอาไว้เลยดูเรียบร้อย หลังจากที่ได้ความสูงของเครื่องแล้ว ปัญหาอีกอย่างหนึ่ง คือ เครื่อง 6 สูบ จะมีความยาวมากกว่า 4 สูบเดิม ห้องเครื่องกระบะมันก็ไม่ได้เผื่อมาสำหรับ 6 สูบ เสียด้วย คันนี้เลยต้องยอม “เคาะผนังห้องเครื่องหลบ” ซึ่งขัดกับใจเจ้าของรถที่ “รักรถมาก” อยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมเพราะหากไม่เคาะผนังห้องเครื่อง ก็ต้องย้ายหม้อน้ำไปซุกใต้คาน ก็หนีไม่พ้นการเคาะอีก แถมพัดลมแบบดูดก็ใส่ไม่ได้ ต้องใส่แบบเป่าตัวบางๆ อย่างเดียว ทำให้เกิดการ “ตัวร้อน” ได้ง่าย จึงเคาะเท่าที่จำเป็น เอาแค่ไม่ติดก็พอ ไม่ได้สักแต่ว่าทุบๆๆๆ แล้วก็เอาฉนวนกันความร้อนบุไว้ ทำให้ดูเรียบร้อยขึ้น ตำแหน่งเครื่องนี้ จะสามารถใส่พัดลมไฟฟ้าแบบดูดได้สองตัว ซึ่งก็หลบพูลเลย์ปั้มน้ำได้พอดีเหมือนกัน กรองอากาศ ยังเป็นจุดด้อย คันนี้ใช้กรองเปลือย เพราะเนื้อที่ตรงหลังซุ้มล้อหน้าขวามันได้แค่นั้น นับว่าเป็นมุมอับ ที่ไม่โดนลมใดๆ มีแต่ “ลมร้อน” จากในห้องเครื่อง แถมยังเป็นฝั่งเดียวกับเฮดเดอร์ ทำให้ดูดลมร้อนเข้าเครื่อง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกหลักเท่าไร แต่มันติดแบตเตอรี่ ถ้าจะทำให้ถูกต้อง ต้องย้ายแบตเตอรี่มาไว้ฝั่งซ้าย โดยการสร้างแท่นวางใหม่ แล้วก็เอากรองอากาศมาไว้หลังไฟหน้าได้ ตรงนั้นจะมีช่องให้ลมเข้า ซึ่งต้องหาทางทำกันต่อไป มันจะให้ผลดีได้ทุกด้าน เช่น กำลังเครื่องที่สูงขึ้น เพราะมันดูดลมเย็นเข้าไปเผาไหม้นั่นเอง หม้อน้ำใหม่ทั้งใบ ชุดหม้อพักไอเสีย FORTUNER คันนี้ได้เปลี่ยนหม้อน้ำใหม่ทั้งใบ โดยการสร้างขึ้นให้พอดีกับที่ต้องการ และใส่พัดลมไฟฟ้า 2 ตัว แบบดูด ส่วนอีกตัวไว้เป่าแผงแอร์ด้านหน้า ชุดท่อไอเสีย ตั้งแต่ Front Pipe ใช้ของเดิมที่ทำไว้ใส่เครื่อง 4JB เทอร์โบ เพราะมีขนาดใหญ่เพียงพอ เพียงแต่เปลี่ยนมาใช้หม้อพักกลางของ TOYOTA FORTUNER ที่มีขนาดใหญ่ เก็บเสียงได้ดี อัตราเร่งก็ไม่เสีย แต่ในอนาคตก็อาจจะมีการทำใหม่ทั้งหมด แต่น่าเสียดายที่ “หม้อพักใบปลายของแต่งนั้นใส่ไม่ได้” เนื่องจากติดถังแก๊สพอดี ถ้าอยากจะได้หม้อพักใบปลายของแต่ง ก็ต้องยอมนำไปไว้ที่ใต้แชสซีส์ แล้วต่อปลายท่อออกท้ายรถเหมือนเดิม มาตรวัดต้องเปลี่ยนตรงรุ่น ระบบไฟต้องครบ ไม่งั้นไม่จบ ระบบการวายริ่งสายไฟเครื่องยนต์และเกียร์ ทุกอย่างต้อง “ครบ” ไม่งั้นเครื่องจะทำงานไม่สมบูรณ์ วิ่งไม่ออก กินเชื้อเพลิงมาก เกียร์เปลี่ยนไม่ตรงจังหวะ เดินเบาไม่นิ่ง ฯลฯ สารพัดสารเพปัญหาที่ตามมา จึงเป็นปัญหามากสำหรับรถวางเครื่องที่วายริ่งสายไฟไม่ครบ ซึ่งคันนี้เจ้าของได้ “ไฟต์บังคับ” ว่า จะต้องสมบูรณ์แบบที่สุด การวายริ่งสายไฟ จึงต้องให้ช่างวายริ่งที่เก่งเครื่อง JZ เป็นผู้จัดทำให้ โดยเฉพาะเครื่องตระกูล VVT-i ที่ระบบต้องครบจริงๆ ที่สำคัญ “ต้องเปลี่ยนจอมาตรวัดหน้าปัด เป็นของตรงรุ่น JZ ด้วย” เพื่อให้วงจรไฟเดินครบ สำคัญคือ “สปีดเซนเซอร์” ต้องมีการรายงานความเร็วเข้ากล่อง จึงจะทำงานได้สมบูรณ์ และการเปลี่ยนมาตรวัดนี้ จะสามารถ “รายงานผล” ทุกอย่างได้ เช่น วัดรอบ ความเร็ว ขึ้นได้ “เที่ยงตรง” ไฟเตือนต่างๆ ที่ทำงานได้ครบเหมือนรถเดิม ตัวมาตรวัดนี้นำมาแปลงใส่แทนของเดิมที่เอาออกไป ไม่ได้มาวางโด่เด่มักง่าย (เคยเจอเหมือนกัน) คันเกียร์ TROOPER จบ เรียบร้อย ไม่ต้องแปลงอะไรเลย โดยปกติ เมื่อวางเครื่องแล้ว คันเกียร์มักจะเปลี่ยนเป็นของตรงรุ่นเครื่อง ซึ่งมันก็จะต้องแปลงฐานยึดและกรอบคอนโซลเกียร์ใหม่ แต่จะทำให้ยากไปทำไม “ของมันก็มี” คันนี้ไปยกคอนโซลเกียร์พร้อมด้ามมาจาก ISUZU TROOPER หรือ Mu WIZARD ตัวนอก ที่เอามาใส่เข้าล็อกเดิมได้อย่างพอดีเป๊ะ ทำให้คันนี้เมื่อดูจากภายในก็ยังเดิมๆ เรียบร้อย ปุ่ม Overdrive และปุ่มโหมดเกียร์ Normal กับ Power ยังใช้งานได้จริง มีไฟแสดงที่หน้าปัด ECT POWER เมื่อกดโหมด Power ด้วย นับว่าครบเครื่องจริงๆ เฟืองท้าย ถ้าใส่ยางใหญ่ต้องเปลี่ยน คันนี้เดิมทีใส่ยางเบอร์ 30.0-9.5-15 ซึ่งมีเส้นรอบวงมากกว่ายางเดิม คือ 205/70R14 อยู่พอควร พอมาใส่เครื่อง 1JZ-GR VVT-i เกียร์ออโต้ รู้สึกเลยว่า “อัตราเร่งอืดไปหน่อย” และ “กินแก๊สมากเกินไป” เนื่องจากเฟืองท้ายเดิม 4.111 พอมาเจอยาง 30 นิ้ว มันต่ำเกินไปมาก ทำให้เกิดอาการดังกล่าว ก็เลยต้องหาทางเปลี่ยนเฟืองท้ายใหม่ โดยการเอาของ RODEO มาใส่ มีอัตราทดถึง 4.5 ที่เหมาะสมมาก อันนี้เป็นแบบไม่มีลิมิเต็ด ถ้าจะเอาแบบมีลิมิเต็ด อัตราทด 4.300 พร้อมดิสก์เบรกหลัง ของ Mu ก็ยกทั้งเพลามาประมาณ “12,000 บาท” แต่เจ้าของรถเห็นว่าไม่จำเป็น เลยซื้อเฟืองท้าย RODEO ในราคา 6,000 บาท แถมร้านเฟืองท้ายเทิร์นของเดิมให้ 3,000 บาท จึงได้มาในราคาที่ถูกสบายกระเป๋า (ไม่ต้องจ่ายเต็ม) ใส่ไปแล้วพบว่าอัตราเร่งดีขึ้น ประหยัดแก๊สมากขึ้น เรือนไมล์ก็ตรง จากการจับ GPS เกียร์สุดท้าย ที่ 3,000 รอบ ได้ความเร็วจริง 116 กม./ชม. หน้าปัดขึ้น 120 กม./ชม. จัดว่าใกล้เคียงมาก ส่วนระยะทางก็ “ตรงเป๊ะ” จึงตัดปัญหาไปได้เลย แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนยางเล็กลงนิดหน่อย เป็น 235/70R15 เทียบเท่ากับประมาณ 29 นิ้ว เรือนไมล์อาจจะอ่อนไปบ้างอีกเล็กน้อย แต่ก็อยู่ในเกณฑ์รับได้ ใช้รอบเครื่องสูงขึ้นอีกหน่อย แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะไม่ได้สูงเกินไป และส่วนใหญ่ก็จะใช้งานในเมืองเป็นหลัก ยางเล็กลงจะทำให้อัตราเร่งดีขึ้น ภาระน้อยลงด้วย ระบบเบรก TROOPER ในอนาคต ระบบเบรกเดิม มาเจอแรงม้ามากกว่าเดิม 2 เท่า เอาจริงๆ ก็คงรองรับไม่อยู่ ยางก็ใหญ่ขึ้น ภาระของเบรกก็หนักตามไปด้วย คันนี้ก็ได้เปลี่ยนหม้อลมที่ใหญ่กว่าเดิม โดยใช้หม้อลมเบรกของ TROOPER มาช่วยเพิ่มแรงเบรก แต่ก็ใช่ว่าการเปลี่ยนหม้อลมจะต้องเบรกดีเสมอไป อยู่ที่ “จานเบรกและคาลิเปอร์” ว่า “เอาอยู่” ได้ขนาดไหน ในอนาคต คันนี้จะวางแผนเปลี่ยนจานเบรกและคาลิเปอร์ของ TROOPER ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 30 มม. เบรกอยู่ดีกว่าเดิมแน่ ใส่แทนของเดิมได้เลยไม่ต้องแปลง อะไหล่ชุดซ่อมมีขายในบ้านเรา แถมราคาไม่แพงด้วย อัตราเร่งดี นุ่มนวล กินแก๊ส กม. ละ 2 บาท โดยเฉลี่ย หลังจากที่ได้วางเครื่องมาแล้ว ก็ลองวิ่งดู เครื่องทำงานได้ดี เดินเบาเรียบ สไตล์เครื่อง 6 สูบ อัตราเร่งหลังจากที่เปลี่ยนยางและเฟืองท้ายแล้ว ก็ทำได้น่าพอใจ อัตราเร่งแซงดี ในรอบสูงระบบ VVT-i ทำงานปกติ เพราะ “เสียงเปลี่ยน” แต่คงไม่ “จี๊ด” เหมือนรถเก๋ง เพราะรถพวกนี้จะต้านลม และน้ำหนักค่อนข้างเยอะกว่ารถเก๋งขนาดกลาง ความเร็วปลาย “ไม่ขอลอง” เพราะไม่จำเป็นสำหรับรถแบบนี้ เคยลองถึงเฉียดๆ 160 กม./ชม. ก็รู้สึกไม่ปลอดภัยแล้ว ขออัตราเร่งแซงเป็นพอ ส่วนอัตราสิ้นเปลือง คันนี้ใช้แก๊สระบบหัวฉีด ก็พบว่าใช้แก๊สเฉลี่ย “กิโลละ 2 บาท นิดหน่อย” สำหรับการใช้งานในเมือง ถือว่ารับได้สำหรับเครื่องและรถขนาดนี้ ออกวิ่งนอกเมือง ทางไกล ทำได้ “บาทกลางๆ” ความเร็วเดินทางปกติ 100-120 กม./ชม. ถือว่า “คบได้” สรุปค่าใช้จ่าย คันนี้วางเครื่องมาเมื่อประมาณเกือบสองปีที่แล้ว หมดค่าใช้จ่ายตีเหมาไปประมาณ “45,000 บาท” อาจจะมีเกินๆ ไปหน่อย จากการเก็บรายละเอียดจุกจิกต่างๆ แต่ราคานี้รวม “เทิร์นเครื่อง 4JB เทอร์โบ ไปด้วย” ค่าใช้จ่ายจริงก็ควรจะอยู่ที่ “50,000 กว่าบาท” (จำไม่ได้ว่าเทิร์นเครื่องไปเท่าไร) ค่อนข้างแพงหน่อยเพราะต้องการ “ระบบครบ” ก็ต้องยอมเสียค่าฝีมือและอุปกรณ์เพิ่ม แต่ราคานี้ไม่รวมระบบแก๊สหัวฉีดนะครับ ก็ต้องเตรียมงบเพิ่มอีก ผลงานการวางเครื่อง เป็นของ “อู่ช่างนาด อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อยู่แถวโรงเรียนอัสสัมชัญ ภาพประกอบ...

แท็กค้นหาสินค้าที่เกี่ยวข้อง

# อะไหล่ประเภทอื่นๆ# อะไหล่ตัวถัง# แบตเตอรี่# เพลา# เฟือง# แหนบ# หม้อลม# ช่วงล่าง# เกียร์# เครื่องยนต์# เทอร์โบ# รอก# ปั๊ม
แก้ไขล่าสุดเมื่อ : 17/11/55สร้างเมื่อ : 17/11/55เลขที่ประกาศ :gelajBOL2Z
นาคิม ภักดิพงศ์กุล
Open WebsiteOpen FacebookOpen YouTubeOpen InstagramOpen TikTok